สะเดา ผักรสขม ประโยชน์เหลือล้น

สะเดา

พืชผักและสมุนไพรบ้านเรา จะมีกลุ่มหนึ่งที่ออกรสขม เรามักรู้จักพืชผักสมุนไพรที่มีรสขมหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นบอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร หรือขี้เหล็ก แต่ยังมีพืชสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่มีความคมเฉพาะตัว และมีประโยชน์มากมายเหลือล้น วันนี้ผมจะมาว่าด้วยเรื่องของ สะเดา และสรรพคุณที่สำคัญของผักชนิดนี้

สะเดา คืออะไร และมาจากไหน

สะเดาเป็นพืชที่มีชื่อเรียกตามภาษาท้องถิ่นต่าง ๆ มากมาย เช่น ในภาคใต้เราจะเรียกว่า กะเดา ไม้เดา หรือเรียกว่าเดา ในภาคเหนือเราจะเรียกว่า สะเรียม ภาคอีสานก็จะเรียกว่า กะเดา หรือกาเดา สะเดานั้นเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงขนาดกลาง อยู่ที่ประมาณ 10-15 เมตร และทุกส่วนของสะเดานั้นมีรสขม ยอดสะเดาจะมีลักษณะเป็นพุ่มกลม เปลือกสะเดานั้นจะมีสีน้ำตาลเทา หรือเทาดำ ผิวเปลือกต้นมักที่จะแตกเป็นร่องเล็ก ๆ หรือเป็นสะเก็ดยาวตามลำต้น ใบสะเดาจะเป็นช่อมีลักษณะคล้ายขนนก และมีใบย่อยเป็นรูปใบหอก ขอบใบหยัก กิ่งจะผลิใบใหม่พร้อมกับการผลิตดอกของสะเดา ดอกสะเดานั้นมีลักษณะเป็นช่อสีขาว

สะเดา

สะเดานั้นไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ามีถิ่นกำเนิดมาจากไหน หรือเข้ามาในประเทศไทยเราตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ไม่ชัดเจน แต่ก็มีบันทึกเอาไว้ว่า คนไทยในสมัยก่อนนั้นนิยมที่จะกินสะเดาเป็นผักแกล้มคู่กับน้ำพริกมาช้านานแล้ว อีกทั้งในทุกส่วนของโลก ยังมีการใช้สะเดาไปทำอะไรหลายอย่าง อย่างทางยุโรปในแถบสหราชอาณาจักร ได้มีการใช้ใบสะเดารองตู้หนังสือกันแมลงสาบ ในอเมริกาใต้ใช้สะเดาปูพื้นดินก่อนที่จะเพาะต้นกล้าต้นไม้ เพื่อป้องกันแมลง ในทวีปเอเชียหลายประเทศ ก็มีการสกัดสะเดาออกมาเป็นสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช แม้แต่ในบ้านเราก็มีการใช้สะเดาในการกำจัดศัตรูข้าว หรือศัตรูพืชชนิดอื่น ๆ ทดแทนสารเคมีด้วย

สะเดา

การปลูกสะเดา

การปลูกพืชชนิดนี้นั้นค่อนข้างง่าย เพราะเป็นพืชที่ไม่มีศัตรูพืชรบกวน อีกทั้งยังโตเร็วอีกด้วย วิธีการคือ การเพาะเมล็ด จากนั้นนำต้นกล้าไปลงหลุมปลูก สะเดาสามารถขึ้นได้ในดินทุกชนิด เป็นพืชที่มีต้นค่อนข้างแข็งแรงและทนแรง สามารถที่จะใช้ปลูกเป็นแนวรั้วกันลมได้ และขึ้นได้ในแทบจะทุกที่เลยทีเดียว บางทีเพียงแค่นกหรือสัตว์อื่น ๆ คาบมาทิ้งไว้ ก็งอกขึ้นมาแล้ว โดยปกติเราจะเห็นการปลูกสะเดาเป็นแนว ระยะห่างอยู่ที่ประมาณ 3*3 เมตร

สรรพคุณทางยาของสะเดา

สะเดาเป็นพืชที่เราสามารถนำมาใช้ได้ทุกส่วน โดยปกติเราจะเห็นนิยมใช้ใบและเมล็ดนำมาหมักเป็นน้ำยาเพื่อป้องกันศัตรูพืชและกำจัดแมลง อีกทั้งยังเป็นยารักษาโรคได้ อย่างที่เขาว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ในบริเวณเปลือกต้นของสะเดานั้นจะมีรสฝาด ใช้ในการแก้ท้องเดิน แก้บิด ในส่วนของรากสามารถใช้เป็นยาแก้ไอ และขับอาเจียนได้ ก้านใบ ใบ และดอกใช้สำหรับบำรุงธาตุ ผลของสะเดายังใช้เป็นยาถ่ายพยาธิและแก้ริดสีดวงได้ด้วย อีกทั้งสะเดายังช่วยให้เจริญอาหาร และแก้อาการหนาวสั่น เพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายของเราได้อย่างดี

สะเดา

และหากจะนำมาเป็นอาหาร ส่วนมากแล้วส่วนที่เรามักจะนำมาเป็นอาหาร คือส่วนของยอดสะเดา หรือส่วนใบอ่อน ดอกอ่อน ซึ่งโดยปกติมักจะมีให้เห็นมากในช่วงหน้าหนาว เราอาจนิยมนำมากินแบบสด ๆ กินกับน้ำพริก หรืออาจนำมาย่าง หรือต้มก็ได้ เมนูยอดนิยมที่คนไทยเรามักจะกิน เช่น สะเดาน้ำปลาหวาน ซึ่งถือเป็นวิธีที่ชาญฉลาดมาก เพราะความหวานและกลิ่นหวานนั้นจะช่วยกลบรสขมของสะเดาได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถนำมาใส่แกงต่าง ๆ ได้มากมายอีกด้วย

https://today.line.me/

https://mgronline.com/

https://www.tnews.co.th/

https://welove-garden.com/

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents