Controlled Environment Agriculture การทําเกษตรในเมืองใหญ่

Controlled Environment Agriculture

Controlled Environment Agriculture หรือการเกษตรในเมืองใหญ่ ที่ต้องมีแนวคิดนี้ก็เป็นเพราะในอนาคตอันใกล้มีแนวโน้มว่าพื้นที่ร้อยละ 50 ในโลกจะกลายเป็นเขตเมือง มนุษย์จะมีการเบียดเบียนพื้นที่ธรรมชาติอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วถ้าเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงทรัพยากรทางด้านการเกษตรอาจขาดแคลนเพราะเมืองก็ต้องอาศัยทรัพยากรส่วนนี้จากนอกเมือง จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเอง พูดไปมันก็น่าเศร้าที่เลี่ยงไม่ได้เลยจริงๆที่จะต้องเป็นแบบนั้น

Controlled Environment Agriculture จะมาในรูปแบบ Smart farm เพื่อปรับให้นำการเกษตรมาผสมผสานกับโลกยุคใหม่ที่เต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องให้ลงตัวที่สุดและลดปัญหาการขาดแคลน เช่น การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว แปรรูป ให้สามารถเกิดขึ้นในเมืองได้ เพราะโดยปกติอุตสาหกรรมเหล่านี้จะเกิดขึ้นส่วนใหญ่ที่เขตนอกเมืองจะมากกว่า โดยจะมีการและดูแลระบบนิเวศอย่างดี ซึ่งสอดคล้องกับสร้างความมั่นคงทางอาหาร (Food security)

โดยระบบนี้จะมีการวางแผนวางรัดกุมโดยเฉพาะทางด้านของผังเมืองเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต เพราะถ้าไม่จัดระบบให้ดีอาจจะเกิดปัญหาที่ยากจะแก้ได้ในอนาคตเพื่อก้าวสู่เกษตรยุคใหม่อย่างเต็มตัว ความท้าทายของเรื่องนี้คงจะเป็นเรื่องจะทำยังไงให้การเกษตรและสังคมเมืองอยู่ร่วมกันยังไงให้ไปรอดปลอดภัยเพราะเอาเข้าจริงๆมันก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่มาก จนบางทียังแอบคิดว่ามันจะเป็นไปได้จริงรึเปล่าแล้วจะไม่เกิดปัญหาในภายหลังใช่หรือไม่แต่ถ้าเกิดขึ้นจริงเมืองอาจจะน่าอยู่ขึ้นก็ได้เพราะมีธรรมชาติจริงๆมาอยู่ใกล้ๆที่ปกติแล้วเป็นสิ่งที่ตัวเมืองไม่มีเลย นึกภาพสูดอากาศธรรมชาติในเมืองแล้วคงจะฟินน่าดู

พื้นที่อาคารกับการทำเกษตรกรรม | Controlled Environment Agriculture

โปรเจคนี้เริ่มจากจุดเล็กๆด้วยพื้นที่ส่วนที่ทิ้งไว้ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร อย่างเช่นดาดฟ้า ข้างตัวอาคาร วิธีนี้ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย แนวทางการสร้างพื้นที่ต้องคำนึงด้วยว่าปลูกที่ไหน ความต้องการในชุมชนคืออะไร ถ้าเป็นชุมชนที่รายได้น้อยก็ควรที่จะปลูกพืชที่ดูแลง่ายไม่เปลืองงบประมาณในการดูแล และบำรุงรักษา เพราะเรื่องงบประมาณก็สำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ แต่ถ้าเป็นเขตในเมืองก็อาจจะปรับให้ดึงดูดให้คนเข้าสนใจที่จะมาเยี่ยมชมพื้นที่ของเรา อย่างเช่น Brooklyn Grange Farm ที่ New York ที่เป็นได้ทั้งที่เพาะปลูกและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปในตัว

สวน Brooklyn Grange Farm ต้นแบบของการเกษตรยุคใหม่ยึดหลักการสร้างความมั่งคงและยั่งยืนให้เมืองด้วยการเกษตร โดยมีระบบให้น้ำแบบหยดที่มาพร้อมกับเครื่องตรวจจับฝนและจัดการน้ำบนดาดฟ้าโดยการดักน้ำไว้ที่ดาดฟ้าเพื่อไม่ให้น้ำไหลนองไปทั่วพื้นที่ ดูเป็นวิธีการบ้านๆแต่แฝงไปด้วยความคิดที่ก้าวไกลจริงๆ ส่วนขยะในพื้นที่จะนำไปหมักเป็นปุ๋ยอีกทีนึง การออกแบบยังเอื้อต่อสัตว์ในพื้นที่เป็นแหล่งอาหารของสัตว์ในเมือง เป็นที่อยู่ของแมลงที่ผสมเกสร และต้องมีความยั่งยืนในด้านของสังคมอีกด้วย เป็นฟาร์มต้นแบบที่เหมาะสมกับคำว่า Controlled Environment Agriculture การทำการเกษตรในเมืองใหญ่ อย่างแท้จริง

เส้นทางสัญจรหรือเส้นทางที่นำมาปรับใช้ทำการเกษตร

ในเมืองที่ผู้คนมากมายนั้นมีเส้นทางสัญจรมากมาย เช่น อุโมงค์ใต้ดิน ทางรถไฟฟ้าใต้ดิน ภายในตัวอาคารสาธารณะต่างๆ พื้นที่เหล่านี้ทิ้งไว้เฉยๆก็คงไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรจึงได้มีการนำมาผสมผสานกับการปลูกพืชในร่ม ให้เป็นทั้งแหล่งการเกษตรและจุดพัก อย่างถ้าเราเดินมาเหนื่อยแล้วผ่านมาเจอแปลงพืชผักก็คงหายเหนื่อยขึ้นมาบ้าง หรือจะเป็นจุดเช็คอินก็ช่วยเพิ่มรายได้แก่ชุมชนได้อีกด้วย โครงสร้างเหล่านี้ต่อให้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นก็ยังถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีเลยทีเดียวเพราะในอนาคตมนุษย์จำเป็นต้องทำลายธรรมชาติแล้วก็ควรที่จะมาควบคู่กับการสร้างธรรมชาติขึ้นมาใหม่ด้วยเช่นกัน

อ่านบทความเพิ่มเติม
https://welove-garden.com/

เครดิตภาพ
https://google.com/

เครดิต

https://deco-4you.com

https://welove-garden.com/

https://la-korea.com

https://TreeHouse-Nation.com

https://Garden-Plaza.org

https://coffeemis.com

https://NotJustAworkIngMom.com

https://pausecafeproductions.com

https://hoosierbeergeek.com

https://nungdu.com

https://gaming-guy.com

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
VK

Table of Contents